ดูฟีด RSS

Chris_Mivec

ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!

คะแนนรายการนี้
เมื่อตอนกลางวันเพื่อนชวนไปนั่งกินอะไรกันที่สวนลุม

เราก็ปูเสื่อกันริมน้ำ พอดีมีเพื่อนเป็นคนอิสาน เขาตำส้มตำเป็น ก็เอาครกไปด้วยก็ตำส้มตำกินกัน อร่อยมาก

จังหวะที่เพื่อนๆเราเดินออกไปซื้อน้ำอัดลม เราก็นอนคว่ำบนเสื่อ อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมภ์ดารา

เหมือนมีอะไรเย็นๆที่น่องเรา เราก็นึกว่าเพื่อนแกล้ง พอหันไปดูแทบช๊อก เหี้ย ตัวเป็นๆ เอาลิ้นสองแฉกเลียน่องขาวๆของเรา

เราลุกขึ้นเอาเท้าเตะปากมัน ฟาดไปโดนครกส้มตำคว่ำ เหี้ยมันสู้เราด้วย กัดเท้าเรา จมเขี้ยวเลย

เราตกใจมาก คว้าเอาสากทุบหัวเหี้ยตั้งหลายที ทุบๆๆๆ เหนื่อยมาก มันถึงปล่อย แล้วคลานหนีลงน้ำไป

เราไม่กล้าบอกเพื่อนว่าโดนเหี้ยกัด พอเพื่อนมา เราก็บอกมันว่าหมากัด
เพื่อนเราพาไปล้างแผลที่ห้องน้ำ แต่เรายังไม่ได้ไปหาหมอเลย

เรากลัวว่ามันจะมีโรคเหี้ยบ้าไหม แต่คิดๆอีกทีเหี้ยไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มันคงไม่มีโรคเหี้ยบ้า
แต่เราก็ยังใจคอไม่ดี กลัวมันจะมีโรคเฉพาะอะไรของเหี้ยหรือเปล่า

ตอนนี้ล้างแผล ใส่เบต้าดีน พันผ้าไว้แล้ว แต่ไม่สบายใจมากถึงมากที่สุด

หนักใจอีกเรื่อง เราไม่กล้าบอกเพื่อนว่าเราเอาสากไปตีหัวเหี้ยแล้ว กลัวเพื่อนเอาไปตำส้มตำอีก พวกนายว่า ถ้าวันเกิดมันเราซื้อสากไม้สวยๆ ให้มันมันจะสงสัยอะไรไหม

ตอนนี้แผลที่เท้าก็ปวดๆชาๆ แต่ถ้านึกตอนที่ได้เตะปากเหี้ยมันก็สะใจ เราว่าคุ้มอ่ะ ยังไงพวกเหี้ยนี่ปล่อยไว้ไม่ได้ เราจะลองคิดๆแผนไปจัดการมัน ให้เกลี้ยงสวนลุม มันจะได้ไม่ไปทำร้ายใครอีก

ตอนนี้ กำลังงงๆ เราต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ หรือโรงพยาบาลของคนทั่วไปดีวะ



ตกลงเราไปโรงพยาบาลคนนะ โรงบาลตากสิน เรามีประกันสังคมอยู่
อุตสาห์ไปแต่เช้า ได้ตรวจสิบโมง ดีที่เจ้านายให้ลา
หมอเอาเนื้อเยื่อเราเข้าแลบไปตรวจด้วย นัดเราอีกทีวันจันทร์หน้า

โดนหมอด่านิดนึงว่าทำไมเพิ่งมา เราบอกเมื่อวานมัวแต่ตกใจ
ก็แก้ตัวว่าทำแผลอย่างดีแล้ว หมอก็ฉีดวัคซีนบาดทะยักให้
แล้วให้ยาแก้อักเสบ กับยาพารามากินอีกสองแผง
ย้ำเราด้วยว่าระหว่างนี้พยายามอย่าให้โดนเหี้ยกัดซ้ำ อีก
เราบอกหมอ เราอยู่เฉยๆ เหี้ยมันกัดเราเอง

ถามหมอว่า แล้วต้องตัดหัวเหี้ยมาตรวจเชื้ออะไรไหม หมอบอกไม่ต้อง
แต่ก็ดีแล้ว ถึงหมอบอกให้ตัดมา เราก็ไม่รู้ว่าเหี้ยตัวไหนที่กัดเรา
ก็เห็นหน้าตามันเหมือนๆ กันหมด ตัวแม่ ตัวลูก

ขากลับนั่งรถเล็ก บ้านเราอยู่เจริญนคร 55 คนก็มองเท้าเรา เพราะมันบวมมาก
แวะซื้อขนมที่เซเว่นหน้าตลาด เด็กมันก็ถามเราโดนอะไรมา
เราบอกโดนเหี้ยกัด เด็กค้อนเราใหญ่ เราบอกว่าจริงๆ มันก็ไม่มองหน้าเราแล้ว

นั่งกินแยมโรลรสส้มหน้าบ้าน ก็นึกๆ อยู่ว่าจะเอาไงกับเหี้ยพวกนี้ดี
เห็นอยู่สบายเต็มสวน ไม่นึกว่าจะทำร้ายคนด้วย
เราว่ามันอยู่กันเยอะไป แล้วไม่กลัวคนเลย ถ้าเมื่อวานเราไม่สู้มัน
เราจะโดนมันลากลงไปกินในน้ำไหม
แล้วพวกนายคิดดู เด็กเล็กๆ ไปวิ่งเล่นในสวน ถ้าพ่อแม่เผลอ จะโดนเหี้ยพวกนี้ทำอะไรบ้าง

เราเลยคิดว่าเราจะต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ก็กลัวๆบาปเหมือนกัน
ถ้าเราวางยาเบื่อเหี้ยพวกนี้บ้างจะดีไหม มันจะได้น้อยๆลง แล้วก็กลัวๆคนบ้าง

ไม่อยากให้เห็นเป็นเรื่องล้อเล่น ไม่โดนเหี้ยกัดกับตัวคงไม่มีใครสนใจ
ถ้าไปสวนสาธารณะแล้วยังไม่ปลอดภัย ความมั่นคงในชีวิตคนกรุงเทพอยู่ที่ไหน


อีกอย่างเหี้ยที่เราเห็นก็ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น จะต้องใช้ยาเท่าไหร่มันถึงจะตาย

เราว่าวิธีเอาไม้กอล์ฟหวดที่นายว่ามันก็น่าจะได้ผล

ทุบ ๆ ๆ ๆ ทุบ ๆ ๆ ๆ

ยิ่งถ้ามันสู้ด้วยนี่คงมันพิลึก

แต่เราว่ามันโหดไปอ่ะ พวกมือถือสากปากถือศีลที่เห็นใจเหี้ย จนเป็นเพื่อนเหี้ยไปแล้ว เพราะไม่เคยโดนเหี้ยกัด คงร้อนใจ ออกมาห้ามเราแน่ ใจเราไม่ได้อยากฆ่าเหี้ย เราไม่ได้เกลียดเหี้ย แต่เราเกลียดพฤติกรรมมันนี่แหละ ทำไรไม่ถูก


.
.
.

เครียด

.
.
.


วันนี้ไปทำงาน เพื่อนทักตั้งแต่ชั้นหนึ่ง ถึงชั้นห้าเลย จริงๆ เราก็อยากอวดแผลเพื่อนด้วย
เลยขึ้นลิฟท์ไปเดินโชว์ทุกชั้นเลย ตอนเย็นไม่รู้คิดไปเองไหม เราว่าแผลมันระบมกว่าเดิม

พี่ยามหน้าตึก(หล่อด้วยคนนี้)บอกว่า ทีหลังชวนเขาไปเที่ยวสวนลุมบ้าง เขาจะไปดูลู่ทาง
เผื่อจะจับเหี้ยพวกนี้มากิน เราแบบ อยากเลิกคุยด้วยเลย คนอะไรกินเหี้ย

แต่พี่เขาบอกแถวบ้านเขากินกัน อร่อยด้วย โดยเฉพาะเนื้อตรงส่วนหาง
เราเลยได้ไอเดีย นั่งคุยกับพี่ยามจนค่ำเลยเรื่องจับเหี้ย

คือเราคิดว่าถ้าเราแผลหายแล้ว เราจะลองชวนเพื่อนที่มีรถ เอารถไปหนองคายกันซักวัน
ไปรับพี่ชาย กับหลาน ของพี่ยามมา แล้วก็เอาอุปกรณ์จับเหี้ยมาด้วย
พี่เขาบอกไม่ต้องอะไรมาก ก็มีไม้ไว้ทุบเหี้ย กับเชือก แล้วก็กระสอบ
เราเสนอว่ายิงหนังสติ๊กไหม (แถวบ้านเราเรียกปางนู)
พี่เขาบอกลูกหินทำอะไรเหี้ยไม่ได้หรอก ต้องทุบหัวอย่างเดียว
หรือไม่ก็เอาเชือกผูกเป็นบ่วงคล้องคอมัน
เราฟังแล้วพี่เขาเก่งดี พี่ชาย กับหลานเขาก็น่าจะคล่อง
ตอนแรกก็คุยกันว่าพ่อพี่เขาก็จับเหี้ยได้ แต่เราว่าแกก็แก่แล้ว เลยไม่อยากให้มาลำบาก
พี่ยามบอกว่าพี่กับหลานเขายังไม่เคยมากรุงเทพเลย เราเลยบอกว่างั้นจับเหี้ยเสร็จ
เราจะพาไปเดินสยามพารากอน

เราว่าถ้าช่วยๆกัน วันนั้นอย่างน้อยต้องจับได้สักสิบตัว แล้วถ้าจับพวกตัวแม่ๆได้หมด
มันก็จะไม่ผลิตลูกหลานออกมาเยอะอย่างนี้
ปัญหาตอนนี้คือยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะเอายังไงเรื่องว ันเดินทาง เพราะเราไม่อยากลางาน
เลยแพลนๆกันว่า เลิกงานวันศุกร์ ค่อยออกเดินทางกับเพื่อน แล้วก็พี่ยาม
ไปนอนค้างที่หนองคายสักคืน แล้วตอนเช้าก็กลับเข้ากรุงเทพกันห้าคน แล้วจับเหี้ยกันวันเสาร์เลย
ถ้าจะให้คุ้ม วันอาทิตย์ต้องจับอีกวัน แต่ปัญหาคือเราจะเอาเหี้ยไปไว้ที่ไหนคืนนึง
ถ้าเอามาไว้บ้านเราที่ฝั่งธน ต้องโดนน้าตบแน่ เลยแอบๆคิดนะ แค่แอบๆยังไม่ตัดสินใจ
คือเราอาจแอบเอาเหี้ยไปไว้ที่โรงรถตึกออฟฟิสเรา เพราะยังไงพี่ยามน่าจะจัดการได้
แล้ววันอาทิตย์จับเหี้ยเพิ่ม แล้วก็กลับหนองคายเลย แต่ยังไงก็ต้องลางานวันจันทร์อยู่ดี
ถึงไม่แน่ใจไง ว่าเราควรไปหนองคายคืนวันเสาร์เลยไหม แต่เราว่ามันเหนื่อยไป
อาจจะต้องตัดใจยอมลาวันจันทร์อีกสักวัน เราว่าถ้าเราอธิบายเจ้านายดีๆ เขาน่าจะเข้าใจ

ทั้งหมดนี้เรายังไม่คุยกับเพื่อนเลย ไม่รู้มันจะเอาด้วยไหม แต่เพื่อนเราใจดีนะ
เอาไว้ใกล้ๆค่อยคุยกับมัน

ดีใจเหมือนกันที่มีทางออกอย่างน้อยก็นิดหน่อย มันคงไม่บาปมากถ้าเหี้ยพวกนี้ได้ไปเป็นอาหาร
ถ้าเหี้ยมันรู้ว่าคนจะจับมันมันจะได้กลัวคนมากกว่านี ้ แต่ก็นั่นแหละ
แค่โดนจับไปกินซะบ้างอาจจะไม่เพียงพอ เราเลยต้องคิดแผนอะไรไปเรื่อยๆ
ว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้ก็นั่งคิดอยู่ จิบชาไป คิดเรื่องทุบเหี้ยไป


.
.
.
.

Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to Facebook Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to Twitter Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to Google Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to Digg Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to StumbleUpon Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to del.icio.us Submit "ภารกิจพิชิตเหี้ย!!!!" to reddit

คำสำคัญ: ไม่มี แก้ไขคำสำคัญ
หมวดหมู่
Uncategorized

ความคิดเห็น

  1. รูปส่วนตัว Chris_Mivec
    6-10-07

    ถ้าวันนี้ใครไปสวนลุม คงเห็นเรากับเพื่อนง่วนอยู่เลย กึกึกึ
    เราคือคนใส่เสื้อกล้ามสีขาว สกรีนหลังว่า สู้เพื่อแม่นะ อิอิ
    เพื่อนเราแต่งตัวเว่อหน่อยใส่เสื้อโซดาอ่ะ ที่มีรูๆ ของจริงของก๊อบก็ไม่รู้นะ
    อีกคนสะพายกระเป๋าฟลาย นาว ไปด้วย

    เมื่อวานไปซื้อเสียม ที่บิ๊กซี จริงๆจะเอาจอบ แต่มันไม่มีขาย อีกอย่างเพื่อนก็ทักว่า
    ถ้าเอาจอบไปจะไม่สะดวกเวลาเรายกครกไปด้วย เราก็อือๆออๆ เพื่อนว่าไงก็ว่างั้น

    คืองี้นะ เหี้ย ออกลูกเป็นไข่ เรากับเพื่อนเลยปิ๊งไอเดียว่า (ปิ๊งตอนนั่งกินไข่นกกะทาต้มที่ออฟฟิส)
    ทำไมเราไม่ไปขุดหาไข่เหี้ยกันล่ะ แล้วก็ทุบไข่ให้แตก แค่นี้ก็ไม่มีลูกเหี้ยเกิดใหม่อีก
    ไม่เหนื่อยเหมือนทุบหัวเหี้ยด้วย

    ตอนแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจ ว่าช่วงนี้มันจะยังมีไข่เหี้ยอีกไหม
    คือเราเคยได้ยินว่าเหี้ยจะวางไข่ช่วงต้นหน้าฝน แต่ว่าบางตำราก็บอกว่าปีนึงมันวางไข่ได้สองช่วง
    ก็เลยเอาว่ะลองดู

    วันนี้ไปถึงสวนก็สิบโมงแล้ว ก็ไหว้พระบรมรูป ขอให้งานสำเร็จ
    ไปถึงก็ปูเสื่อกันริมน้ำเลย ใจเรายังแขยงๆ จะโดนเหี้ยกัดอีกไหม กลัวเหี้ยตัวนั้นมันแค้นแล้วซุ่มรอเราอยู่
    แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ วันนี้เราเตรียมตัวมาพร้อม ไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำพวกมันแน่

    เพื่อนเราไม่รีรออ่ะ แกะกะปุกมะละกอที่สับมาแล้ว เอากะเทียม พริก น้ำตาล ถั่ว ลงครกตำ
    เราแบบแหม เพื่อนชั้น กองทัพเดินด้วยท้องจริงๆนะ
    เรานึ่งข้าวเหนียวมาจากบ้าน ยังร้อนๆเลย
    กินกับเนื้อแดดเดียวทอด ยังแอบคิดว่า วันไหนสักวัน
    จะเอาเหี้ยทำเนื้อแดดเดียวมากินที่สวนลุมเย้ยญาติๆมั น

    กินไปด้วยก็คุยแผนไปด้วย เอาผังสวนลุมมาวาง ก็คิดกันว่ามันน่าจะวางไข่ริมน้ำ
    เขาบอกว่ามันจะทำเนินดินคล้ายจอมปลวกทับรังไข่มันไว้ ดูๆแล้วมันก็มีที่น่าทำรังไม่กี่ที่
    น่าจะเป็นแถวตรงป่า ด้านติดกับรั้วฝั่งตะวันออกอ่ะ

    8-10-07

    เมื่อวานกินเสร็จก็นั่งเม้ากับน้า ไม่ได้มาเล่าต่อ
    น้าส่ายหน้าอย่างเดียวเลย ทำหน้าเหนื่อยหน่ายมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไร
    บอกแต่ว่าอย่าไปตะลอนๆ แผลเน่าแล้วจะรู้สึก
    เราว่าเราควรเชื่อน้าบ้างล่ะ งดปฏิบัติภาระกิจภาคสนามสักพัก

    เล่าต่อนะ เมื่อวานเรากับเพื่อนกินอะไรกันเสร็จ ก็ถือเสียมคนละอันเดินไปที่เป้าหมาย
    เพื่อนคนที่ใส่เสื้อโซดานำหน้า คอยเบิกทาง แกว่งไม้ไล่เหี้ย
    (เพื่อนเราชื่อ หน่องนะ ชื่อจริงชื่อ นายหน่องาม บอกได้ไม่เป็นไร เจ้าตัวอนุญาตแล้ว
    .แต่คงไม่ต้องบอกชื่อพ่อเขานะ เราว่ามันน่าตลกเกินไป
    เดี๋ยวพวกนายจะหัวเราะเยาะสติปัญญาเราอีก)

    นึกแล้วก็บ้าบิ่นเหมืนกัน คือเหี้ยเกือบสิบตัวได้ ซุ่มอยู่ใต้ร่มไม้ ใกล้ริมน้ำตรงที่เราจะไปขุดไข่มัน
    เราว่าถ้าโดนเหี้ยรุมนะ สามคนก็สามคนเหอะ ไม่น่ารอดกลับมาได้

    เราก็ค่อยๆย่องกันเข้าไป เหี้ยก็จดๆจ้องๆ ดูพวกเรา
    นังหน่องเปรี้ยวมาก หันมามองหน้าเราแบบขอกำลังใจ
    แล้วก็ร้องกรี๊ด ออกวิ่งไล่ต้อนเหี้ย เหวี่ยงเสียมกลางอากาศ เสียงดังขวับ ขวับ ทำเหี้ยแตกฮือไปคนละทาง
    เหี้ยเด็กตัวนึงวิ่งมาทางเพื่อนเราที่ถือกระเป๋าฟลาย นาวอ่ะ ชีไวมากเราไม่อยากเชื่อ
    ชีวิ่งย้อนสวนเหี้ย มือก็เงื้องกระเป๋าฟลายนาวแล้วฟาดเปรี้ยงไปที่หัวเหี ้ยที่วิ่งชูคอมา
    เหี้ยลอยปลิวหงายหลังไปเลย เรากรี๊ดเพื่อนเรา เลิศมาก ปกติชีจะนิ่งๆเป็นป้าๆหน่อยไง
    เพื่อนเรายังงงตัวเองทำไปได้ไง ชีบอกกำลังตกใจ
    พอเหี้ยแตกวง เราก็ปรี่ไปที่เนินดินกองนึงที่เราเล็งไว้เพราะเมื่อ กี้เห็นเหี้ยนั่งคร่อมอยู่

    เราเอาเสียมขุดเลย เพื่อนเราคอยเหวี่ยงเสียมกันข้างๆเรา ไม่ให้เหี้ยเข้ามาขวาง
    ดินแข็งนิดหน่อย เราต้องเอาเสียมวักน้ำรดกองดิน ถึงขุดง่ายขึ้น
    เกือบฟุตแน่ะเชื่อไหม ถึงมีเสียงดังพลัวะ ข้างในมันเป็นโพรง

    บอกไม่ถูกเลยนะตอนเห็นกองไข่เหี้ยเรียงอุ่นอยู่ในโพร ง
    เหมือนเราเจอสมบัติ เหมือนเราทำอะไรที่ยิ่งใหญ่สำเร็จ
    เราบอกตัวเองเลยนะว่า ต่อไปไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน เราก็จะตั้งใจทุ่มเททำให้ดีที่สุด
    เพราะผลความสำเร็จมันชื่นใจและคุ้มค่ามาก

    เราเอาเสียมตักไข่ขึ้นมาเรียงบนเนิน เชื่อไหม สิริรวมสามสิบสามฟอง!
    เป็นซะอย่างนี้ไง เหี้ยมันถึงจะล้นเมืองอยู่แล้ว
    ถามเพื่อนว่าเอาไงดี เพื่อนบอกทุบแม่งเลย (หน่องมันอิน)
    เราก็โอเค เพื่อนให้เกียรติเราทุบคนเดียวเลย เราก็เอาขาข้างที่เจ็บยกเหยียบเนินดินไว้
    ชูเสียมเหนือหัว แล้วตีฟาดไปที่ไข่เหี้ยทีละฟอง
    ไข่แตกที เรากับเพื่อนสามคนก็ร้อง อุ๊ย ที เลยเป็นเสียงประสาน ดัง อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย ฯลฯ

    เรายิ้มที่มุมปากนะ ไม่ได้รู้สึกดีเลย แต่มันยิ้มออกมาเอง
    จริงๆก็เป็นความสะใจเหมือนกัน ตาเราเหลือบไปเห็นเหี้ยแก่ตัวนึง ตัวใหญ่มาก มองเราอยู่
    มันยืนนำหน้า แล้วก็มีเหี้ยลูกกระจ๊อก หลบๆอยู่หลังเหี้ยตัวนี้
    เห็นมันมองไข่ที่แตกอยู่ เราไม่รู้คิดไปเองไหมนะ
    เรารู้สึกว่าเหี้ยมันทำหน้าเศร้ามาก มันอาจจะเป็นเหี้ยตัวแม่ เจ้าของไข่พวกนี้ก็ได้

    เราประสานตากับมัน ส่งจิตบอกมันว่านี่แค่คำเตือน เพราะความเหี้ยของมันเองแท้ๆ
    ลูกหลานและบริวารมันถึงต้องเจ็บตัวอย่างนี้

    ถ้าเหี้ยยังไม่อยู่ส่วนเหี้ย ยังระรานคนไปทั่ว
    คิดว่าตัวเองใหญ่ในอาณาจักรเหี้ย แล้วต้องให้คนที่เขามาเที่ยวกราบไหว้บูชามัน
    คนเขามาเที่ยวมาหาความสุขที่สวนลุม มันยังออกมากัด มาทำร้ายได้
    คนอย่างเรานี่แหละจะมาปราบเหี้ยอย่างมันให้สำนึก

    จำไว้ นังเหี้ยตัวแม่และบริวาร นี่เพิ่งเริ่มต้น

    ทุบไข่แตกหมดแล้ว เราก็เอาเสียมเขี่ยๆซากไข่ลงโพรง แล้วตักดินกลบจนเรียบร้อย

    บาปก็คงบาป แต่สงครามใดๆย่อมมีคนเจ็บตัวทั้งนั้น

    เพื่อนเราตบไหล่เราบอกว่าเราทำดีแล้ว หน่องเหวี่ยงเสียมอีก
    กันให้เราสามคนเดินกลับสู่ถนนอย่างปลอดภัย

    ตอนเราเดินออกมา
    มีเหี้ยสองตัว ทำเราสลดมาก กำลังจับคู่ผสมพันธุ์ตรงชายน้ำ
    ไม่ได้ยี่หระต่อการสูญเสียของเพื่อนร่วมวงศ์เหี้ยของ มัน
    มันคงตั้งใจเผยแพร่เผ่าพันธุ์เหี้ยของมันต่อไปไม่มีส ิ้นสุด
    เราเห็นน้ำกระเพื่อม ผับ ผับ ตามแรงขยับของตัวผู้ เหี้ยตัวเมียทำตาปรือเชียว
    แต่เราก็ไม่ได้คิดจะไปแยกมันนะ กลัวกรรมสนอง บอกตรงๆ(คือเรายังโสด อิอิ)

    ก็ได้แต่ทำใจ เหี้ยมันก็คงอยู่คู่สวนลุมต่อไปแหละ เหี้ยรุ่นใหม่ๆก็เกิดมาทุกวัน
    เราเองรับความจริงข้อนี้ได้แต่เราต้องการมาปรามมัน
    ให้เหี้ยรู้จักยอมรับความเป็นเหี้ยของมัน แล้วก็อยู่ส่วนเหี้ย ไม่ออกมาทำร้ายคนอีก

    อือ อือ ความดันขึ้นเลย ต้องลดๆการคิดถึงเรื่องเหี้ยบ้างแล้วล่ะ

    พวกนายสบายดีนะ ไปเที่ยวสวนลุม ก็ระวังตัวหน่อยล่ะกันช่วงนี้
    กลัวว่าเหี้ยมันจะวางแผนทำร้ายคนเอาคืนน่ะ


    .
    .
    .