ดูฟีด RSS

บะล๊อก ก๊อกแก๊ก มองอะไร ?

อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง

Rating: 2 votes, 4.50 average.
ถ้าจะคำนวณใหม่ตั้งแต่ต้น คงต้องใช้การวัดปริมาตรฝาสูบและปริมาตรของกระบอกสูบเหนือลูกสูบมาใช้ในการคำนวณด้วยครับ

แต่ถ้าต้องการคำนวณเพื่อเพิ่มหรือลดกำลังอัดด้วยการเปลี่ยนปะเก็นเครื่อง เดิมซึ่งรู้สเปกกำลังอัดอยู่แล้วนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่า เพราะเรามาสามารถคำนวณค่าที่ไม่รู้ได้จากสเปกเดิม โดยใช้สูตรนี้ในการคำนวณ

อัตราส่วนกำลังอัด = (ปริมาตรกระบอกสูบ + (ปริมาตรห้องเผาไหม้+ ปริมาตรจากความหนาปะเก็น)) / (ปริมาตรห้องเผาไหม้+ ปริมาตรจากความหนาปะเก็น)

ปล. ปริมาตรห้องเผาไหม้ = ปริมาตรของกระบอกสูบเหนือลูกสูบ + ปริมาตรฝาสูบ

คุณก็แทนค่ากำลังอัดเดิม , ปริมาตรกระบอกสูบเข้าไป และปริมาตรจากความหนาปะเก็นเข้าไป ก็จะหาค่าปริมาตรห้องเผาไหม้ได้ ทีนี้ตัวแปรทุกตัวจะรู้ค่า และสามารถคำนวณเพื่อเพิ่มหรือลดกำลังอัดด้วยปะเก็นได้แล้วครับ

ยกตัวอย่าง เครื่องเก่าผม มีสเปคดังนี้

- Ej22 2212 cc
- ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก = 96.9 x 75 มม
- กำลังอัดเดิม 9.5 : 1
- ปะเก็นเดิมหนา 1.6 มม (ค่อนข้างหนามาก ถ้าเทียบกับเครื่องสแตนดาร์ดตัวอื่น) อันนี้ผมหาวัดตามอู่ครับ ขอวัดจากปะเก็นเก่า ซึ่งมันอาจจะทรุดไปบ้างสักเล็กน้อย ต้องคำนวณเผื่อหน่อย และปะเก็นมีเส้นผ่านศูนย์กลางของกระบอกสูบ 98 มม (จะโตกว่าความกว้างกระบอกสูบเล็กน้อย)

ทีนี้มาคำนวณปริมาตรกระบอกสูบ โดยใช้ 2212/4 = 553 หรือใช้สูตรหาปริมาตรตามที่เรียนมา ก็จะได้ (22/7) x (96.9/2) x (96.9/2) x 75 / 1000 = 553.316 (สูตรไพ x รัศมีกระบอกสูบกำลังสอง x ระยะชัก / 1000 เพื่อเปลี่ยนค่าเป็น cc) ซึ่งค่าออกมาใกล้เคียงกัน แต่ผมจะใช้ค่าที่ละเอียดกว่าคือ 553.316 เป็นหลักในการคำนวณ

หาค่าปริมาตรจากความหนาปะเก็น ปะเก็นผมหนา 1.6 เส้นผ่านศูย์กลาง 98 มม คำนวณปริมาตรโดยใช้สูตรเดียวกับการคำนวณปริมาตรกระบอกสูบได้ (22/7) x (98/2) x (98/2) x 1.6 / 1000 ได้ปริมาตรมา 12.0736 cc

แทนค่าลงไปในสูตร

9.5 = (553.316 + (12.0736 + ปริมาตรห้องเผาไหม้)) / (12.0736 + ปริมาตรห้องเผาไหม้)

จะได้ค่าปริมาตรฝาสูบออกมา = 53.0224 cc

ทีนี้ทุกตัวแปรจะรู้ค่าหมดแล้ว ก็จะสามารถคำนวณหาความหนาของปะเก็นที่จะใช้ในการลดหรือเพิ่มกำลังอัดได้แล้ว

ยกตัวอย่างให้อีกที ผมต้องการลดกำลังอัดจาก 9.5 : 1 เหลือ 9.0 : 1 เพื่อเซ็ตเทอร์โบ (ลดนิดเดียว เพราะบูสท์น้อยมาก อยากให้ปลอดภัยขึ้นเฉยๆ ไม่ต้องลดก็ได้ถ้าบูสท์ระดับนี้ ผมบูสท์แค่ 0.3 บาร์) ก็มาเข้าสูตรคำนวณกันเลย

9.0 = (553.316 + ปริมาตรจากความหนาปะเก็น + 53.0224) / (ปริมาตรจากความหนาปะเก็น + 53.0224)

จะได้ค่าปริมาตรจากความหนาปะเก็นที่ต้องการสำหรับกำลังอัด 9.0 : 1 = 16.1421 cc

เราก็ต้องไปคำนวณหาความหนาปะเก็นที่ต้องใช้เพื่อที่จะได้ปริมาตรจากความหนาปะเก็น = 16.1421 ต่อไป

โดยปริมาตร = ไพ x รัศมีปะเก็นกำลังสอง x ความหนาปะเก็น / 1000 เพื่อเปลี่ยนเป็น cc

แทนค่า

16.1421 = (22/7) x (98/2) x (98/2) x ความหนาปะเก็น / 1000

ได้ค่าความหนาปะเก็นสำหรับกำลังอัด 9.0 : 1 ออกมาเป็น 2.14 มม แต่ปะเก็นหนา 2.14 มมนี่มันไม่มีขาย เลยปัดเศษเป็น 2.2 มม ไปซะเลย ซึ่งผมลองไปคำนวณอีกทีแล้ว จะได้กำลังอัดราวๆ 8.9 : 1 ซึ่งถือว่า ok ครับ เซฟไปอีกหน่อย ผมเซ็ตโบต้องการลดกำลังอัดอยู่แล้ว

สรุปแล้ว ถ้าผมต้องการกำลังอัด 9.0 : 1 จากเดิม 9.5 : 1 ผมใช้วิธีการคำนวณดังที่กล่าวมา จะได้ว่าผมต้องเพิ่มปะเก็นจากเดิม 1.6 มม เป็น 2.14 มม แต่ปะเก็นหนา 2.14 มม นี่มันไม่มี ผมเลยสั่งตัดเป็นหนา 2.2 มม แทน ทำให้ได้กำลังอัดเป็น 8.9 : 1

อ่านๆ แล้วอาจจะงง ลองแทนสูตรลงกระดาษดูจะพบว่ามันไม่ยากครับ ขอให้โชคดี

ปล. วิธีดังกล่าว คุณ A-Z จากเวบ Thaituner สอนผมมา ต้องขอขอบคุณไว้ด้วยครับ

เอาของเครื่องฮอนด้าก็แล้วกันนะครับ ง่ายดี แล้วผมก็เป็นแต่เครื่อง
ฮอนด้าด้วยแหล่ะ

ปริมาตรกระบอกสูบ = (3.14 * ขนาดลูกสูบยกกำลัง 2)แล้วหาร 4 เอาค่าที่ได้มาคูณกับ
ช่วงชัก จะได้ค่า Displacement เอาค่านี้เก็บไว้ก่อนครับ - - - - 1

จากนั้นต้องดูว่าหัวลูกสูบของเราเป็นแบบ Dome (หัวนูน) หรือว่า Dish (หัวหลุม)
แล้ววัดค่าปริมาตรหัวลูกสูบ โดยเอาลูกสูบใส่กระบอกสูบ แล้วใช้ Dial Guage จับ
ให้ลูกสูบเคลื่นที่ลงไป 10 มิล จาก TDC แล้วหยดน้ำ วัดปริมาตรที่ได้

คำนวนค่าปริมาตรหัวลูกสูบโดย
(3.14 * ขนาดลูกสูบยกกำลัง 2)แล้วหาร 4 จากนั้นคูณ 10 จะได้ค่า Displacement
ของช่วงชัก 10 มิล แล้วเอาค่านี้ไปลบออกจากข้อ 2 จะได้ปริมาตรหัวลูกสูบครับ ถ้าค่าเป็น
บวกคือลูกสูบหัวนูน ถ้าเป็นลบคือลูกหัวเว้า - - - - 2

จากนั้นวัดความหนาของปะเก็น และระยะของขอบลูกสูบ ถึงเสื้อสูบ เอาค่าทั้ง 2 มาบวกกัน
แล้วหาปริมาตร โดยคูณกับพื้นที่หน้าตัดของกระบอกสูบ - - - - 3

วัดปริมาตรห้องเผาไหม้ โดยนำฝาสูบมาวางให้ได้ระดับน้ำ ขันหัวเทียนใส่ให้แน่น
ปิดวาล์วทุกตัวให้สนิท แล้วหยดน้ำวัดปริมาตรห้องเผาไหม้ทั้ง 4 สูบ เอาค่าทั้ง 4
สูบมาหาค่าเฉลี่ย - - - - 4

ปริมาตรกระบอกสูบ(A) = 1 + 2(ถ้าลูกหัวนูนใส่ค่าเป็นลบ ลูกหัวเว้าใส่ค่าเป็นบวก) + 3 + 4

ปริมาตรห้องเผาไหม้(B) = 2 + 3 + 4

เอา A หาร B ก็จะได้อัตราส่วนกำลังอัดแล้วครับ

ป.ล. อย่าลืมแปลงหน่วยต่าง ๆ ให้ตรงกันด้วยนะครับ จะใช้เป็นมิลฯ ก็เป็นมิลตลอด จะใช้
เซ็นต์ฯ ก็ใช้เป็นเซนต์ตลอด

Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to Facebook Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to Twitter Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to Google Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to Digg Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to StumbleUpon Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to del.icio.us Submit "อัตราส่วนกำลังอัดคำนวณอย่างไง" to reddit

คำสำคัญ: ไม่มี แก้ไขคำสำคัญ
หมวดหมู่

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น