ติดต่อลงโฆษณา คลิกที่นี่ (โฆษณาเฉพาะ Marketplace คลิกที่นี่)

  • [แนะนำ] กล้องวิดีโอ Contour+2 และ ContourROAM2 สำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ตหรือกีฬาอื่นๆ รวมทั้งวิธีการนำข้อมูลพิกัด GPS เข้าไปใส่ในวิดีโอ

    ถ้าพูดถึงกล้องวิดีโอขนาดเล็กที่นิยมในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นกล้องวิดีโอยี่ห้อ GoPro ที่ใครๆ ก็รู้จัก หรือแม้บางทียังเรียกกล้องวิดีโอประเภทนี้โดยรวมว่ากล้อง GoPro ด้วยซ้ำไป ทั้งที่จริง GoPro คือกล้องยี่ห้อหนึ่งในตลาดของกล้องประเภทนี้
    ปัจจุบันกล้องวิดีโอประเภทนี้มีอยู่หลายยี่ห้อในท้องตลาด มีทั้งของอเมริกา, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน หรือแม้กระทั้งของจีน (ซึ่งทุกยี่ห้อส่วนใหญ่ก็ผลิตที่จีนทั้งนั้นแหละ)

    แต่ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำกล้องวิดีโอยี่ห้อ Contour ซึ่งในต่างประเทศเป็นกล้องยอดนิยมไม่แพ้ GoPro ตัวกล้องมีรูปทรงกระบอก มีคุณภาพของไฟล์วิดีโอละเอียดคมชัดมากๆ เพียงแต่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก

    ที่ผ่านมากล้อง Contour ผลิตออกมาหลายรุ่นแล้ว เช่น VholdR, Contour HD, Contour HD 1080p, Contour GPS จนมาถึงปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 รุ่นด้วยกัน ContourROAM และ Contour+ เมื่อเร็วๆ นี้ Contour ได้พัฒนาทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นที่ 2 โดยใช้ชื่อ ContourROAM2 และ Contour+2


    Contour+2


    ContourROAM2

    ในบทความนี้ผมจะแนะนำเฉพาะรุ่น Contour+2 และ ContourROAM2 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีจำหน่ายในขณะนี้ โดยมีรุ่นเก่า ContourGPS มาเปรียบเทียบกันนิดหน่อย

    หลังจากที่ได้กล้องวิดีโอมา แนะนำให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Contour Storyteller ซะก่อน การตั้งค่ากล้องสำหรับเริ่มต้นการใช้งาน เราจะทำผ่านโปรแกรมนี้


    เมื่อเสียบสาย USB จากคอมฯ เข้ากับตัวกล้องวิดีโอ ตัวโปรแกรมจะค้นหากล้องวิดีโอให้เอง(1) หลังจากเข้าไปเมนู Tools/Configure Camera จะพบกับการตั้งค่าของกล้องวิดีโอทั้งหมด
    (2) ตั้งค่าของตำแหน่งสวิทช์ 1 กับ 2
    (3) ตั้งค่าวิดีโอ เช่น บันทึกความละเอียด Full HD 1080p, HD 720p หรือ บันทึกเป็นรูปภาพต่อเนื่อง Continuous Photos เป็นต้น
    (4) ตั้งค่าเสียง เช่น ความไวของการบันทึกเสียง ทั้งไมค์ที่อยู่ในตัวกล้อง หรือไมค์ที่ต่อแยกออกมา (มีเฉพาะใน Contour+)
    (5) ตั้งค่าแสง เราสามารถกำหนดการใช้งานของกล้องได้ว่า เราจะใช้งานในที่มีแสงมากๆ อย่างเช่นกลางแจ้ง หรือใช้งานในตอนกลางคืน
    (6) ตั้งค่าพิกัด GPS เราสามารถตั้งค่าให้กล้องบันทึกพิกัดจำนวนครั้งต่อวินาทีได้ ในที่นี่ผมแนะนำสูงสุดไปเลย 5 ครั้งต่อวินาที แต่ไฟล์วิดีโอก็จะมีขนาดเพิ่มขึ้นไปด้วย (ContourROAM ไม่มี GPS จะไม่มีเมนูนี้)
    (7) ตั้งค่าไฟสถานะและเลเซอร์ ในส่วนนี้ เราสามารถปิดเปิดแสงเลเซอร์ที่เอาไว้สำหรับปรับตำแหน่งของกล้อง รวมทั้งปิดเปิดไฟแสดงสถานะการทำงานของกล้องได้ บางคนอยากจะเอากล้องไปแอบถ่าย ก็ตั้งค่าปิดไฟสถานะในส่วนนี้ได้เลย (ชี้โพรงให้กระรอกหรือเปล่าเนี้ย)
    หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า จากนั้นให้ดึงปลั้กสาย USB ออกจากตัวกล้องวิดีโอ กล้องวิดีโอจะบันทึกการตั้งค่าลงในกล้องเมื่อมีเสียงปิ๊บที่ตัวกล้องหมายถึงเสร็จสิ้นการตั้งค่าเรียบร้อย


    เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วสามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยในที่นี่ผมจะติดตั้งกล้องวิดีโอในรถแข่ง โดยมีกล้องวิดีโอ Contour+2 กับ ContourGPS เพื่อบันทึกวิดีโอมาเปรียบเทียบพร้อมๆ กัน และมี ContourROAM2 สีแดง ส่องด้านหลังรถ เพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์หลังรถด้วย จากในรูปจะสังเกตเห็นว่ากล้อง ContourROAM2 ติดตั้งกลับหัว เนื่องจากมีพื้นที่ในการติดตั้งที่จำกัด แต่ผมได้หมุนเลนส์ของกล้องวิดีโอไปที่ 180 องศา หรือกลับหัว เพื่อให้กล้องสามารถบันทึกวิดีโอเหมือนการใช้งานปกติ


    ก่อนใช้งานให้กดปุ่ม Status ที่อยู่หลังกล้องวิดีโอ เพื่อตรวจสอบสถานะก่อนการใช้งาน โดยเฉพาะการตรวจจับพิกัด GPS สำหรับ Contour+2 สามารถจับพิกัด GPS ได้เร็วมาก ขณะอยู่ในรถ โดยดูได้จากไฟสถานะถ้าจับพิกัดได้แล้วไฟสีเขียวจะติดนิ่งไม่กระพริบ
    ซึ่งเมื่อเทียบกับ ContourGPS ในการจับพิกัดทำได้ช้ากว่า โดยต้องเอากล้องวิดีโอออกมานอกรถเพื่อให้กล้องวิดีโอหาพิกัดให้ได้ก่อนที่จะนำเข้าไปติดตั้งในรถ หรือต้องใช้อุปกรณ์กระจายสัญญาณ GPS ภายในรถ (อ่านข้อมูลของอุปกรณ์นี้ได้ที่ข้างล่างของบทความ)
    ในการใช้งาน GPS ของกล้องวิดีโอสำหรับกิจกรรมอื่นๆ แนะนำให้อยู่กลางแจ้ง การจับพิกัดจะทำได้ดีและชัดเจนที่สุด แต่ถ้าคุณใช้งานในอาคารหรือไม่ได้ใช้งาน GPS แนะนำให้ปิดเพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และเพิ่มพื้นที่การเก็บข้อมูลได้ โดยสามารถปิดการใช้งานดังกล่าวได้ในขั้นตอนการตั้งค่าของกล้องวิดีโอที่แนะนำไปข้างต้น

    หลังจากที่เราบันทึกวิดีโอเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป ให้ต่อสาย USB จากคอมฯ เข้ากับกล้องวิดีโอ หรือถอดเฉพาะ Micro SD Card ออกมาเพื่อเสียบกับ Card reader โดยตรงก็ได้ โดยในที่นี้ผมใช้วิธีถอด Micro SD Card ออกมา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องถอดกล้องวิดีโอออกมาจากรถ ซึ่งสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ระวังระหว่างที่กด Micro SD Card อย่าให้มันกระเด้งออกมา ไม่งั้นมันจะตกหล่น มันเล็กมากจะหายาก แทนที่จะง่ายกลับเสียเวลาซะอีก

    สำหรับการดูวิดีโอที่บันทึกมา คุณสามารถดูผ่านโปรแกรมอะไรก็ได้ ที่สามารถเล่นไฟล์นามสกุล .MOV หรือ .MP4
    แต่ถ้าคุณต้องการดูข้อมูล GPS ที่บันทึกมากับวิดีโอหรือต้องการตัดส่วนหัวและส่วนท้ายของวิดีโอ แนะนำให้ทำผ่านโปรแกรม Contour Storyteller ซึ่งมีการใช้งานง่ายมากๆ


    เข้าไปที่เมนู File/Import => Import Movie หรือกดปุ่มคีย์บอร์ด Ctrl+i เพื่อเลือกนำเข้าไฟล์วิดีโอมาดู, แก้ไขหรือตัดต่อ


    ให้ดับเบิลคลิกไฟล์วิดีโอที่ต้องการดู ในหน้านี้คุณจะเห็นข้อมูลพิกัด GPS ด้วย ซึ่งจะมีแผนที่หรือเส้นทางที่คุณเดินทางไป ในที่นี้จะเห็นเป็นเส้นทางของไลน์การวิ่งในสนามแข่งแต่ละรอบได้เลย รวมทั้งความเร็ว (Speed), ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (Elevation), ระยะทาง (Distance)
    แต่ถ้าต้องการตัดต่อวิดีโอ ให้คลิกที่ Awesome


    ในส่วนนี้คุณสามารถเลื่อนแท็บหัวและท้ายเพื่อตัดส่วนที่ไม่จำเป็น โดยมีแท็บแรกสำหรับจุดเริ่มและแท็บที่สองสำหรับจุดจบของวิดีโอ จากนั้นให้คลิกที่ปุ่มบันทึก


    กลับมาที่หน้ารวมวิดีโอให้คลิกบนวิดีโอที่ต้องการบันทึกหลังจากที่ได้ตัดต่อเรียบร้อยแล้ว ไปที่เมนู File/Export => Export Movie บันทึกไฟล์ชื่อใหม่ หรือไฟล์ชื่อเดิมก็ได้

    การเปรียบเทียบ

    ในภาพจะเป็นภาพที่ได้จากกล้องวิดีโอ ContourGPS ความละเอียด 1080p เลนส์มุมกว้าง 110 องศา ความบิดเบือนของภาพน้อยมาก หรือแทบจะไม่บิดเบือนเลย ซึ่งให้ภาพที่เหมือนจริงมากที่สุด แต่ในขณะนี้เดียวกัน มุมมองที่ได้ ยังไม่กว้างมาก อาจจะไม่เหมาะกับกิจกรรมอื่นที่ต้องการเก็บรายละเอียดของภาพวิดีโอรอบๆ ให้ได้มากที่สุด และการจับพิกัด GPS ค่อนข้างช้า


    ในภาพจะเป็นภาพที่ได้จากกล้องวิดีโอ Contour+2 ความละเอียด 1080p เลนส์มุมกว้าง 125 องศา ไม่กว้างมากเกินไปจนทำให้ภาพบิดเบือน ทำให้ได้ภาพวิดีโอที่เหมือนจริง ไม่หลอกตา รวมทั้งแสงสีที่สดใส ความคมชัด ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนเลนส์ 6 ชิ้นที่อยู่ในกล้อง Contour+2 นอกจากนี้ Contour+2 ยังสามารถควบคุมการบันทึกภาพรวมทั้งการดูวิดีโอผ่านมาแอปบนโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ในบทความนี้เรายังไม่ได้ทดสอบในการใช้งานส่วนนี้ แต่เคยได้ลองใช้งานมาบ้างแล้ว ค่อนข้างสะดวกในการตั้งค่ากล้องวิดีโอโดยที่ไม่ต้องผ่านคอมฯ
    แต่ถ้าต้องการบันทึกภาพมุมกว้าง 170 องศา ต้องบันทึกในความละเอียด 960p ลงไป
    *สังเกตที่มุมล่างขวา ภายในเส้นสีแดง เนื่องจากกล้องมีเลนส์มุมกว้าง จึงติดกรอบฟิลเตอร์ของกล้อง ContourGPS ที่อยู่ติดข้างๆ เข้ามาด้วย


    ในภาพจะเป็นภาพที่ได้จากกล้องวิดีโอ ContourROAM2 ความละเอียด 1080p เลนส์มุมกว้าง 125 องศา ได้ภาพวิดีโอที่เสมือนจริงบิดเบือนน้อย เช่นเดียวกับรุ่น Contour+2 รวมทั้งความละเอียด คมชัด จำนวนเลนส์ 6 ชิ้น เหมือนกับรุ่น Contour+2 ทุกอย่าง แต่ต่างกันที่ ContourROAM2 ไม่สามารถบันทึกพิกัด GPS ได้ ไม่สามารถควบคุมกล้องวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือได้ แต่ก็มีข้อดีในตัวเองคือ สามารถกันน้ำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตร โดยที่ไม่ต้องมีกรอบกันน้ำ (Waterproof Case)
    แต่ถ้าต้องการบันทึกภาพมุมกว้าง 170 องศา ต้องบันทึกในความละเอียด 960p ลงไป

    เราจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลพิกัด GPS ในไฟล์วิดีโอได้อย่างไร? (เฉพาะ Contour+2)
    ผมแนะนำโปรแกรมที่ชื่อ DashWare เป็นโปรแกรมที่สามารถนำเอาข้อมูลพิกัด GPS มาแสดงในวิดีโอได้เลย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพิกัด GPS ที่อยู่ในไฟล์วิดีโอ หรือมาจากอุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้
    โดยมีเกจ์หน้าปัดในเลือกใช้หลายแบบ รวมทั้งในโลโก้ที่สร้างขึ้นมาเองก็ได้
    โปรแกรม DashWare เป็นโปรแกรม Shareware จำกัดการใช้งาน 30 วัน ถ้าคุณใช้งานแล้วติดใจ สามารถซื้อใช้งานได้ในราคา $49.99 หรือประมาณ 1,500 บาทเท่านั้นเอง
    ไม่ควรติดตั้งแล้วเก็บไว้ใช้งานในวันหลัง เนื่องจากโปรแกรมจะนับถอยหลังวันหมดอายุ ควรจะติดตั้งเมื่อจะใช้งานจริงๆ
    นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมอื่นๆ ที่มีการทำงานใกล้เคียงกันชื่อ Track Vision แต่จากที่เคยทดลองใช้งานดูเหมือนว่าจะไม่รองรับข้อมูลจากไฟล์วิดีโอของกล้อง Contour+2 (ไม่สามารถแยกข้อมูลพิกัด GPS ออกมาจากไฟล์วิดีโอได้) รวมถึงการใช้งานที่ยากกว่า


    เข้ามาที่โปรแกรม DashWare คลิกที่ Quick Project Creator.. หรือ New Project เลือกไฟล์วิดีโอ จากนั้นรอสักครู่ โปรแกรมจากแยกข้อมูลพิกัด GPS ออกมาจากไฟล์วิดีโอ และจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เลือก คลิกที่ Add เพื่อใส่ข้อมูลพิกัด GPS


    คลิกที่แท็บ Gauge Toolbox จะมีเกจ์ให้เลือกใช้หลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับวิดีโอ ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะรถแข่งอย่างเดียว จะมีเกจ์สำหรับการขี่จักรยาน ดำน้ำ หรือเครื่องบิน เป็นต้น คลิกบนเกจ์ที่ต้องการใช้งาน แล้วคลิกที่ปุ่ม P<= เพื่อใส่บนวิดีโอ สามารถย่อขยายได้ตามใจชอบ


    คลิกที่แท็บ Synchronization เพื่อตั้งค่าพิกัดจุด Start/Finish โดยคลิกที่ปุ่ม Set Start/Fini เพื่อกำหนดจุดตัดเวลา
    แต่ถ้าระหว่างเส้นทางที่สวนมาแคบมาก อย่างเช่นในสนามโบนันซ่า บนพื้นที่วงกลมสีเขียวจะไปทับบนเส้นทางที่วิ่งสวนกลับมา จะมีผลทำให้ตัดเวลาผิดพลาดได้ คือยังไม่ทันครบรอบ มันก็จะเริ่มนับรอบใหม่ในบริเวณพื้นที่สีเขียวที่ทับบนเส้นทางที่กลับมา ให้คลิกที่ปุ่ม Edit Data Settings จะมีหน้าต่างขึ้นมา เปลี่ยนตัวเลข 40 ลดลงมาประมาณ 20 วงกลมสีเขียวก็จะเล็กลงมาอยู่พอดีในเส้นทางที่วิ่ง ไม่ทับไปเส้นทางที่กลับมา
    จากนั้นทดลองเล่นวิดีโอ ว่ามันสามารถตัดเวลาได้ในแต่ละรอบหรือไม่ เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว คลิกที่เมนู File/Create Video.. เพื่อสร้างไฟล์วิดีโอใหม่


    วิดีโอที่พร้อมใช้งาน จะเก็บไว้ดูเอง หรืออัปโหลดเข้าสู่เว็บให้บริการวิดีโออย่าง youtube หรือ vimeo ได้เลย


    แต่วิดีโอของเรายังไม่เรียบร้อย อย่าลืมว่าเรามีกล้องที่ส่องหลังด้วย เราต้องเอามารวมในโปรแกรม Adobe Premiere Pro หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่คุณสะดวกก็ได้

    เรียบร้อยซะที นี้คือวิดีโอที่ใช้งานจริง


    หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจกล้องวิดีโอ Contour ทั้งสองรุ่นว่ามันมีประโยชน์ในการใช้งานอะไร แตกต่างจากกล้องวิดีโอยี่ห้ออื่นอย่างไร
    และโดยเฉพาะวิธีการนำข้อมูลพิกัด GPS จากกล้องวิดีโอเอามาทำประโยชน์อะไรบ้าง

    สิ่งที่ควรรู้
    - โปรแกรม Contour Storyteller สามารถตัดต่อวิดีโอของไฟล์ที่มาจากกล้อง GoPro ได้
    - พอร์ต HDMI ที่อยู่หลังกล้องวิดีโอ Contour+2 สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ถ่ายทอดสด ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้
    - เพื่อการเก็บข้อมูลพิกัด GPS ในกล้องวิดีโอ Contour+2 ได้ดี แนะนำให้ใช้ อุปกรณ์กระจายสัญญาณ GPS ภายในรถยนต์ ใช้สำหรับรับสัญญาณ GPS จากภายนอกรถมากระจายสัญญาณภายในรถ ทำให้กล้องวิดีโอรับสัญญาณ GPS ได้แรง สัญญาณไม่หลุดง่าย จับสัญญาณได้เร็ว ไม่ต้องรอสัญญาณนาน