ติดต่อลงโฆษณา คลิกที่นี่ (โฆษณาเฉพาะ Marketplace คลิกที่นี่)

  • รวมรูปภาพและผลการแข่งจากรายการ True Visions Bobby Hunter Super 1 Race 2014 สนามที่ 4 เรซที่ 7-8 เมื่อวันที่ 8-10 สิงหาคม 2557 ณ พีระเซอร์กิต, พัทยา

    รายการแข่งขัน TRUE VISION BOBBY HUNTER SUPER ONE RACE 2014 ได้เดินทางเข้าสู่สนามที่ 4 เรซที่ 7 ของการแข่งขัน ท่ามกลางการแข่งของรถหลากหลายรุ่น ในวันสำคัญของชาวไทย วันแม่แห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็น PICK-UP 2500CC MODIFIED, 1600 MODIFIED, PICK-UP COMMONRAIL MODIFIED, VIP BRACKET CLASS, PICK-UP 2500CC PRODUCTION, ก่อนเข้าสู่ช่วงถ่ายทอดสดใน TRUE VISION SPORT 3 ช่อง 683 กับรุ่น 1500 - 1600 PRODUCTION, 1500CC MODOFIED, 1500 ONE MAKE RACE, ECO PRODUCTION 2000CC MODIFIED + AWD UNDER 3000CC, OPEN UNLIMITED, CLASSIC CAR OPEN และ JAPAN RETRO ที่ต่อคิวลงแข่งขันในสนามพีระ เซอร์กิต กันอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นสนามสุดท้ายก่อนย้ายไปแข่งสนามสุดท้ายที่ แต่การเปิดสนามแข่งครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ที่ สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในเดือนตุลาคมนี้

    เปิดฉากความมันส์กับรถปิคอัพในรุ่น PICK-UP 2500CC MODIFIED ที่มีรถเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 9 คัน เริ่มต้น Warm up Lab ก่อนปล่อยแบบกริดสตาร์ทเข้าสู่การแข่งจริง 12 รอบการแข่งขัน โพลโพซิซั่น ตกเป็นของ หมายเลข 59 มานะ พรศิริเชิด ที่ทำเวลาควอลิฟายด์ได้ดีที่สุด ตามมาด้วยหมายเลข 11 ไพฑูรย์ ธรรมศิริกุล และหมายเลข 27 โอฬาร สารสิริรัตน์ เมื่อออกจากจุดสตาร์ทต่างก็แย่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในโค้งแรก ช่วงกลางๆของการแข่งขัน หมายเลข 11 ตกไป 2 อันดับ ปล่อยให้หมายเลข 13 เฉลิม ผลลูกอินทร์ และ หมายเลข 7 ชวัลวิทย์ วาปีสิทธิพันธ์ แซงขึ้นมา จนจบการแข่งขัน อันดับ 1 หมายเลข 59 มานะ พรศิริเชิด อันดับ 2 หมายเลข 27 โอฬาร สารสิริรัตน์ และอันดับ 3 หมายเลข 13 เฉลิมพล ผลลูกอินทร์

    ต่อกันที่การแข่งขันรุ่น 1600 MODIFIED รุ่นนี้นักแข่งเข้าร่วมลงแข่งกันเพียบ กับการแข่งขันทั้งสิ้น 12 รอบการแข่ง รถแข่งในรุ่นนี้ก็ถูกโมดิฟายด์กันอย่างเต็มที่ อันดับ 1 ในกริดสตาร์ท ได้แก่ หมายเลข 46 หทัย ชัยวรรณ ลำดับ 2 หมายเลข 41 ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประเสริฐกุล และลำดับ 3 เดชพล ถนอมกลิ่น หลังจากสัญญาณไฟสตาร์ทดับลงทั้ง 5 ดวง รถแข่งทุกคันก็พุ่งทะยานออกจากจุดสตาร์ท เพื่อหาตำแหน่งเข้าโค้งขึ้นเป็นผู้นำ แต่ก็ยังคงเป็นอันดับเดิมจากจุดสตาร์ท ครบ 12 รอบ จบการแข่งขัน หมายเลข 46 หทัย ชัยวรรณ รับอันดับ 1 และ หมายเลข 41 ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประเสริฐกุล รับอันดับ 2 ไปครอง

    สลับมาที่ปิคอัพอีกหนึ่งรุ่น PICK-UP COMMONRAIL MODIFIED ที่ลดจำนวนการแข่งขันลง 1 รอบ จาก 12 รอบ เป็น 11 รอบ ปล่อยตัวแบบ ROLLING START กลุ่มผู้นำ ได้แก่ หมายเลข 28 ธนวัตน์ สุวรรณรัตน์ หมายเลข 99 วริศ อ่อนระยับ และหมายเลข 11 ไพฑูรย์ ธรรมศิริกุล ที่ไล่บี้กันในช่วงรอบต้นๆ ของการแข่งขัน จนกระทั่ง หมายเลข 11 ที่ถึงรอบสุดท้ายรถพัง ต้องออกจากการแข่งขัน ทำให้ หมายเลข 28 และ 99 รับอันดับ 1 และ อันดับ 2 และส้มหล่นที่หมายเลข 22 ธรณ์เทพ ชัยธนกวิน ที่รับอันดับ 3 ไป

    Pickup Commonrail Modified



















    รุ่น VIP BRACKET CLASS รุ่นนี้มีรถร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 4 คัน เป็น CONCEPT CAR 2 คัน หมายเลข 58 พงษ์ พาวิทยลาภ และหมายเลข 32 ภิษณุ ภูษิตานนธกูร แข่งพร้อมกับ NISSAN GT-R หมายเลข 78 ขับโดย ไพรัตน์ จึงชิริยะ และ PORSCHE BOXSTER หมายเลข 15 ชาริยะ นุยา รุ่นนี้เป็นการแข่งเพื่อหารถที่ทำเวลาดีที่สุด ใน 5 รอบสนาม โดยรถที่ทำเวลาดีที่สุดคือ หมายเลข 58 ที่ทำเวลาได้ 1.15.775 นาที ต่อรอบ รวม 5 รอบ 6.32.931 นาที รับอันดับ 1 ไปครอง

    รุ่นสุดท้ายก่อนเข้าสู่ช่วงถ่ายทอดสด กับรุ่น PICK-UP 2500CC PRODUCTION กับรถปิคอัพหลากหลายแบรนด์ที่จำหน่ายในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น CHEVROLET MITSUBISHI ISUZU ต่างมาโชว์ความแรงเป็นสิบคัน จากตำแหน่งที่จุดสตาร์ท ลำดับ 1 หมายเลข 29 จรัส แจ้งกมลกุลชัย ลำดับ 2 หมายเลข 98 อดิศักดิ์ สุขสว่าง ตามมาด้วยลำดับ 3 หมายเลข 59 ธรรมศักดิ์ จารุฑีฆัมพร ที่ขับเคี่ยวกันตั้งแต่จุดสตาร์ท หมายเลข 98 เสียท่า ทำให้หมายเลข 59 ขึ้นแซงมาเป็นอันดับ 2 จบการแข่งขัน เจ้าเล้งมังกรไฟก็ยึดอันดับ 1 ในสนามนี้ได้อีกครั้ง

    เข้าสู่ช่วงถ่ายทอดสด กับอากาศที่เป็นใจอย่างไม่มีเมฆฝน ใน TRUE VISION SPORT 3 ช่อง 683 ที่เอาใจคอมอเตอร์สปอร์ต ได้เต็มอิ่มกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตกันอย่างจุใจถึง 3 ชั่วโมง เริ่มกันที่ รุ่น 1500 - 1600 PRODUCTION รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดรุ่นหนึ่ง มีนักแข่งเข้าร่วมการแข่งล้นสนามพีระเซอร์กิตกันเลยทีเดียว เมื่อสัญญาณปล่อยรถทั้ง 5 ดวง ดับลง นักแข่งก็เหยียบคันเร่งกันแบบเต็มฝีเท้า ออกจากจุดสตาร์ท จนเข้าโค้ง 100R รถหมายเลข 8 กับ หมายเลข 22 มีการสะกิดกันทำให้รถทั้ง 2 คุนเสียหลักเหวี่ยงเข้าข้างทาง ออกจากการแข่งขันทั้งสองคัน กรรมการขึ้นธงแดง รถแข่งที่เหลือต้องทำการสตาร์ทใหม่อีกครั้ง และลดจำนวนรอบการแข่ง เหลือ 10 รอบ จาก 12 รอบ การแข่งขันในรุ่นนี้ ช่วงรอบกลางๆ มียกธงเหลืองอีกรอบ แต่ก็แข่งต่อไปได้ จบการแข่งขันเป็นหมายเลข 69 ฉัตรพล เจียมวิจิตรเข้าเป็นอันดับ 1 อันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 4 ขจรศักดิ์ ณ สงขลา และอันดับ 3 หมายเลข 3 ชนุชา ปัญญารุ่งเจริญ

    1500-1600 Production















    ต่อกันที่ รุ่น 1500CC MODOFIED กับรถแข่งเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500CC รถบ้านที่นำมาโมดิฟายด์กันให้เต็มที่ มาลงชิงชัยกันที่สนามแห่งนี้ รถทุกคันก็ตกแต่งสติ๊กเกอร์ผู้สนับสนุนรอบคัน เริ่มการแข่งขันในจุดสตาร์ท ลำดับ 1 หมายเลข 34 คมกฤษณ์ เลิศล้ำประเสริฐ ลำดับ 2 หมายเลข 33 ชนิญชา ปัญญารุ่งเจริญ ลำดับ 3 หมายเลข 3 ชนุชา ปัญญารุ่งเจริญ ที่เพิ่งเครื่องร้อนจากการแข่งรุ่นที่แล้ว ซึ่งผ่านไปแค่รอบแรกอันดับก็เปลี่ยนเป็น อันดับ 1 หมายเลข 33 ชนิญชา ปัญญารุ่งเจริญ อันดับ 2 หมายเลข 11 ธีระศักดิ์ ศักดิ์แพทย์ และอันดับ 3 หมายเลข 8 อธิป ภูวนานนท์

    1500cc. Modified



































    สำหรับรุ่น 1500 ONE MAKE RACE ก็มีแต่รถยนต์เครื่องยนต์ 1,500 ไม่ตกแต่งเครื่องยนต์ เป็นรถโตโยต้า วีออส และยาริส เรียกได้ว่ารถบ้านล้วนๆ ลงทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 คัน ในการแข่งขันสนามนี้รวมนักแข่งคลาส ซี ล้วนๆ เช่นกัน จากตำแหน่งโพล โพชิชั่น คือ หมายเลข 89 ศักดิ์ชัย เยี่ยมวัฒนา ต่อด้วยหมายเลข 87 นิวัฒน์ กลิ่นจำปา และหมายเลข 33 ชนินชา ปัญญารุ่งเจริญ รถแข่งทุกคันต่างก็เบียดสู้กันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร จบการแข่งทั้ง 8 รอบ อันดับ 1 ในรุ่น วีออส ได้แก่หมายเลข 33 ชนินชา ปัญญารุ่งเจริญ และในรุ่นยาริส ได้แก่ หมายเลข 87 นิวัฒน์ กลิ่นจำปา

    1500 One Make Race





    รุ่น ECO PRODUCTION เริ่มปล่อยสตาร์ทรุ่นนี้ได้แค่รอบเดียวก็มีรถแข่งหมายเลข 33 มีการสะบัดหลุดโค้งออกไปแต่ก็ยังกลับมาแข่งต่อได้ รุ่นนี้ทำการแข่งขันกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม กับรถอีโคคาร์ที่เครื่องยนต์ 1,200CC แต่สามารถทำเวลาได้เท่าๆกับเครื่องยนต์ 1,500CC ซึ่งถือว่าทีมแข่งโมดิฟายด์รถแข่งออกมาได้อย่างแรงสุด ไม่ว่าจะเป็นรถ MITSUBISHI MIRAGE, SUZUKI SWIFT, HONDA BRIO ขึ้นชื่อชั้นได้เลยว่าฝีมือคนไทยนั้นสุดยอด จบ 10 รอบสนาม หมายเลข 44 เดวิช อยู่เป็นสุข รับธงตราหมากรุกไปครองเป็นคันแรกในรุ่นนักแข่งคลาส บี และสำหรับในรุ่นคลาส ซี อันดับ ได้แก่ หมายเลข 86 นพพล เชิดชูสัตย์

    Eco Production












































































    รวมหลายๆ รูป เป็น Animation





























    รุ่น 2000CC MODIFIED + AWD UNDER 3000CC มาต่อกันที่รถเครื่องยนต์ที่แรงเพิ่มมากขึ้น กับการแข่งขันที่ร้อนระอุเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น่าจับตามองมากที่สุด กับรถแข่งที่มีเครื่องยนต์แรงๆ แข่งกันอย่างมันสะใจ ในรุ่น 2000CC MODIFIED เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนักแข่งในคลาส บี ที่มีคะแนนเก็บสะสมใกล้เคียงกัน อันดับ 1 ในคลาส ได้แก่ หมายเลข 90 พิษณุ ศิริมงคลเกษม อันดับ 2 หมายเลข 15 ธีร์รัถต์ สุทธิสัมพัทน์ อันดับ 3 หมายเลข 77 มาวิน บุญอิต ส่วนในคลาส เอ ก็ไม่ต้องสงสัยแชมป์ในสนามนี้ตกเป็นของ เก๋าสนามอย่าง หมายเลข 46 หทัย ไชยวัณณ์ สำหรับรุ่น AWD UNDER 3000CC รถแข่งขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000CC ก็มีลงแข่งทั้งสิ้น 5 คัน ที่ส่วนใหญ่ใช้รถ MITSUBISHI ในตระกูล EVOLUTION และผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกในรุ่นนี้คือ หมายเลข 55 ภิษณุ ภูษิตานนธกร

    2000 Modified + AWD Under 3000cc.























    มามันสะใจกับรุ่น OPEN UNLIMITED กันต่อ ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ไม่จำกัดเครื่องยนต์ สามารถโมดิฟายด์ได้เต็มที่ มีรถแรงให้ดูชมอย่าง LAMBORGHINI FL II, PORSCHE 996, MINI COOPER รุ่นนี้ก็มันตั้งแต่เริ่มสตาร์ทแล้ว เมื่อหมายเลข 28 ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ในรถ LAMBORGHINI ออกจากกริดสตาร์ทในตำแหน่งที่ 9 สามารถขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ได้ตั้งแต่โค้งแรกของรอบแรก และสามารถแซงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้ใน 3 รอบแรกของการแข่งขันในรุ่นนี้ ที่เหลือเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างหมายเลข 44 กับหมายเลข 95 ที่ไล่บี้กันมาตลอดการแข่งขัน จบ 10 รอบ อันดับ 1 หมายเลข 28 ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อันดับ 2 หมายเลข 44 JACK LEMVARD อันดับ 3 รักพงศ์ สงวนพันธ์

    Open Unlimited













    รุ่นสุดท้ายของการแข่งขันในสนามนี้ จะพาย้อนยุคไปกับการแข่งขันในรุ่น CLASSIC CAR OPEN และ JAPAN RETRO ที่นักแข่งได้โมดิฟายด์รถเก่าหลากหลายรุ่นมาประชันกันในสนามนี้กว่า 30 คัน จากจุดสตาร์ทของรุ่น JAPAN RETRO ที่ลงทำการชิงชัย จำนวน 21 คัน ลำดับที่ 1 หมายเลข 100 ที่แต่งสีรถมาอย่างเจ็บจี๊ดกันเลยทีเดียว ลำดับ 2 หมายเลข 59 มานะ พรศิริเชิด และ ลำดับ 3 หมายเลข 66 พิเชษฐ์ ตัญกาญจน์ และรุ่น CLASSIC CAR จำนวน 6 คันที่ปล่อยตามหลังกันออกมา การแข่งขันในรุ่นนี้แข่งกันทั้งสิ้น 8 รอบสนาม หมายเลข 100 นำม้วนเดียวจบ แบบสบายๆ และ เป็นที่น่าเสียดายสำหรับรถแข่งหมายเลข 59 ที่รถพัง ต้องออกจากการแข่งขันในรอบสุดท้าย

    Japan Retro + Classic Car Open












































    ความคิดเห็น 1 ความคิดเห็น
    1. รูปส่วนตัว Circuit
      Circuit -
      เข้าสู่เรซที่ 8 TRUE VISION BOBBY HUNTER SUPER ONE RACE 2014 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี ด้วยการแข่งขันรถปิคอัพในรุ่น PICK-UP 2500CC MODIFIED มีรถลงสนามทั้งสิ้น 8 คัน รถแข่งก็ได้วอร์มอัพก่อนออกจากจุดสตาร์ทหลังจากครบหนึ่งรอบ กรรมการใช้วิธีการปล่อยแบบ ROLLING START แต่กรรมการยกธงแดงก่อน เนื่องจากมีรถแข่งบางคันทำผิดกติกาของการ โรลลิ่ง สตาร์ท แซงกันก่อนออกจากเส้นสตาร์ท จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ และลดรอบการแข่งจาก 12 รอบ เหลือ 10 รอบ หลังจากปล่อยโรลลิ่งสตาร์ท ผ่านไปแค่ 2 รอบ รถหมายเลข 17 เสียหลักสะบัดชนบังเกอร์ล้อหัก ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย จบการแข่งขัน อันดับ 1

      Pickup 2500cc. Modified



















      มาต่อกันที่รุ่น 1500CC MODIFIED มีรถเข้าร่วมแข่งในเรซนี้ทั้งหมด 13 คัน ถือว่าวิ่งกันสบายๆ จากลำดับสตาร์ทที่ 1 หมายเลข 33 ชนินชา ปัญญารุ่งเจริญ ลำดับ 2 หมายเลข 8 อธิป ภูวนานนท์ และลำดับ 3 หมายเลข 34 คมกฤษณ์ เลิศล้ำประเสริฐ ในกลุ่มนำ ก็ออกตัวจากเส้นสตาร์ท พุ่งเข้าสู่โค้งแรกก็รักษาอันดับกันไว้ได้ แต่ในช่วงกลางๆ รถหมายเลข 43 ภูวริชญ์ มากหมู่ ที่ออกสตาร์ทในลำดับที่ 5 ก็กดเร่งแซงขึ้นมาได้ 2 อันดับ จบการแข่งขัน 12 รอบ รับอันดับ 3 ไปครอง สำหรับอันดับ 1 และ 2 ก็รักษาตำแหน่งไว้ได้

      1500 Modified















      สลับมาที่ปิคอัพอีกหนึ่งรุ่น PICK-UP COMMONRAIL MODIFIED กลุ่มผู้นำ ได้แก่ หมายเลข 28 ธนวัตน์ สุวรรณรัตน์ หมายเลข 99 วริศ อ่อนระยับ และหมายเลข 11 ไพฑูรย์ ธรรมศิริกุล แต่รถพังจากเรซที่ผ่านมาทำให้สนามนี้ไม่ได้ลงแข่ง หลังจากปล่อยสตาร์ทออกมา รถกระบะทั้ง 7 คันก็ไล่บี้กันรดต้นคอในช่วงรอบต้นๆ ของการแข่งขัน เป็นที่น่าเสียดายสำหรับหมายเลข 99 เสียจังหวะ ทำให้อันดับหล่นลงไปอยู่คันสุดท้าย ทำให้รถแข่งที่ตามมาแซงขึ้นมาได้ จบ 12 รอบ หมายเลข 28 รับธงตาหมากรุก ตามมาด้วยอันดับ 2 หมายเลข 22 ธรณ์เทพ ชัยธนกวิน และอันดับ 3 HIROUKI KORARASHI

      Pickup Commonrail Modified



















      มาเบาๆกันที่รุ่น VIP BRACKET CLASS รอบนี้มีรถลงแข่ง 3 คัน วิ่งกัน 4 คัน เป็น CONCEPT CAR 1 คัน NISSAN GT-R 1 คัน และ PORSCHE 2 คัน รุ่นนี้แข่งทั้งหมด 5 รอบสนาม แข่งจับเวลาหารถที่ทำเวลาดีที่สุด โดยรถที่ทำเวลาดีที่สุดคือ หมายเลข 15 ชาริยะ นุยา ที่ทำเวลาได้ 1.14.590 นาที ต่อรอบ รวม 5 รอบ 6.21.346 นาที รับอันดับ 1 ไปครอง

      รุ่นสุดท้ายก่อนพักเบรกกับรุ่น PICK-UP 2500CC PRODUCTION มันสุดกับการเบียดบี้ระหว่าง หมายเลข 29 จรัส แจ้งกมลกุลชัย ที่ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพล แต่ปล่อยให้ หมายเลข 98 ที่ออกสตาร์ทในลำดับที่ 2 แซงขึ้นนำในช่วงโค้งแรก ต่างฝ่ายพลัดกันขึ้นนำกันตลอดเวลาการแข่งขัน ทิ้งห่างรถหมายเลข 59 ธรรมศักดิ์ จารุฑีฆัมพร นักแข่งคลาส ซี ที่จี้ตามมา แต่รอบหลังๆ จรัสก็แผ่วลง ปล่อยให้นักแข่งรุ่นน้องในคลาส C ได้ขับเคี่ยวกันเอง เนื่องจากได้รับแชมป์ประเทศไทยไปแล้วในสนามนี้ จนครบ 12 รอบ ธรรมศักดิ์ รับอันดับ 1 ไปครอง ตามมาด้วยอันดับ 2 อดิศักดิ์ สุขสว่าง ส่วนนักแข่งคลาส บี ที่เข้ามาอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 7 ชวัลวิทย์ วาปีสิทธิพันธ์

      Pickup 2500cc. Production















      เข้าสู่ช่วงถ่ายทอดสดใน TRUE VISION SPORT 3 ช่อง 683 กับสีสันของการแข่งขันอย่างธงผู้สนับสนุนรถแข่งแต่ละคัน และสาวสวยเซ็กซี่ที่ขาดไม่ได้สำหรับการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต ที่ลงมาประชันและเรียกความสนใจจากตากล้องมาเก็บภาพมาฝากกัน กับรุ่น 1500 - 1600 PRODUCTION รุ่นนี้มีรถแข่งเข้าแข่งล้นสนามเหมือนเดิม เปิดฉากความมันให้ช่วงถ่ายทอดสดรุ่นแรกกันเลย หลังจากสัญญาณปล่อยสตาร์ทดับลง รถทุกคันก็ทะยานออกสู่การเป็นแชมป์ในสนามนี้ เพราะมีผลในคะแนนสะสมประเภทบุคคลด้วย จากตำแหน่งสตาร์ทลำดับ 1 หมายเลข 69 ฉัตรพล เจียมวิจิต ลำดับ 2 หมายเลข 23 ธนพล พฤทธิพงศ์ ลำดับ 3 หมายเลข 4 ขจรศักดิ์ ณ สงขลา กับการแข่งขันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม จบการแข่งขันเป็นนักแข่งในคลาส บี เข้าเส้นชัยไปก่อนคือ หมายเลข 69 ฉัตรพล เจียมวิจิต ตามมาด้วย หมายเลข 29 โทธัส ราลดอล์ฟ และอันดับ 3 หมายเลข 4 ขจรศักดิ์ ณ สงขลา นักแข่งในคลาส เอ

      1500-1600 Production

















      มาต่อความเร็ว แรง สะใจ กันที่รุ่น 1600 MODIFIED ที่มีรถแข่งเต็มสนามกว่า 20 คัน จากตำแหน่งสตาร์ทลำดับ 1 หมายเลข 77 มาวิน บุญอิต ลำดับ 2 หมายเลข 46 หทัย ชัยวรรณ ลำดับ 3 หมายเลข 41 ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประสิทธิกุล หลังจากปล่อยสตาร์ทก็เหยียบคันเร่งกันแย่งตำแหน่งที่ดีที่สุดในการเข้าโค้ง มีการสะกิดกันไปบ้าง มีการไล่เบียดแซงกันทำให้อันดับมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รุ่นนี้ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม เมื่อจบการแข่งขันผลปรากฏว่าอันดับ 1 ก็เป็นไปตามคาด คือ หมายเลข 46 หทัย ชัยวรรณ อันดับ 2 หมายเลข 59 เดชพล ถนอมกลิ่น และอันดับ 3 หมายเลข 77 มาวิน บุญอิต ที่ร่วงจากอันดับ 1 มา

      1600 Modified





























      ลดดีกรีเครื่องยนต์ลงมาที่รุ่น 1500 ONE MAKE RACE กันบ้าง ในรุ่นนี้มีรถลงทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 คัน ส่วนใหญ่เป็นนักแข่ง CLASS C กับรถ TOYOTA VIOS และ TOYOTA YARIS ตำแหน่งผู้นำในตารางคะแนนสะสมประเภทบุคคลในสนามนี้คือ หมายเลข 33 ชนินชา ปัญญารุ่งเจริญ ส่วนตำแหน่งโพลในสนามนี้คือหมายเลข 87 นิวัฒน์ กลิ่นจำปา ลำดับ 2 หมายเลข 89 ศักดิ์ชัย เยี่ยมวัฒนา ลำดับ 3 หมายเลข 66 จารุวัตร มณีรัตนชัยสิทธิ์ แข่งกัน 8 รอบสนาม เมื่อรถแข่งทุกคันพุ่งออกจากจุดสตาร์ทได้ไม่นาน กรรมการประกาศรถหมายเลข 89 JUMP START อันดับเลยตกลงไปที่สุดท้าย ตัวสอดแทรกในสนามนี้ต้องยกให้หมายเลข 33 ที่ออกสตาร์ทมาลำดับที่ 5 สามารถแซงขึ้นมารับธงตราหมากรุกได้ในอันดับที่ 2 ต่อจาก หมายเลข 87 นิวัฒน์ กลิ่นจำปา ที่รับธงตราหมากรุกไปก่อนหน้า

      ECO PRODUCTION รถอีโคคาร์ตัวจี๊ด ที่จัดเต็มเครื่องยนต์กันอย่างเต็มที่ ลงสนามชิงชัยกันทั้งสิ้น 13 คัน ตำแหน่งผู้นำ หมายเลข 22 ภูมี พรหมาธรรม ในรถ HONDA BRIO ที่กลับมาแข่งได้จากสนามที่แล้วเกิดอุบัติเหตุไม่จบการแข่งขัน ลำดับ 2 หมายเลข 56 พีรวัตร ตะวันธรงค์ และลำดับ 3 นพพล เชิดชูศักดิ์ ท่ามกลางแทร็คที่ร้อนระอุเรซนี้นักแข่งก็บี้กันสุดมันเพื่อเก็บคะแนนสะสมเพื่อแชมป์ประเภทบุคคลประจำปีนี้ ก็เป็นไปตามคาด หมายเลข 22 ก็นำม้วนเดียวจบ ต่อมาด้วยหมายเลข 86 ที่แซงหมายเลข 56 ขึ้นมา รับอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

      Eco Production









      รุ่น 2000CC MODIFIED ที่แข่งพร้อมกับ AWD UNDER 3000CC ในรุ่น 2000CC MODIFIED ก็ไล่บี้กันสุดมันตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขันจนรับธงตราหมากรุก จากตำแหน่งจุดสตาร์ท ลำดับ 1 หมายเลข 90 พิษณุ ศิริมงคลเกษม ลำดับ 2 หมายเลข 15 ธีร์รัถต์ สุทธิสัมพัทน์ และลำดับ 3 หมายเลข 77 มาวิน บุญอิต แข่งขันกันทั้งสิ้น 8 รอบสนามแบบเหยียบคันเร่งแบบหายใจรดต้นคอ จบการแข่งขันแบบไม่มีการเปลี่ยนลำดับ ส่วนในรุ่น AWD UNDER 3000CC หมายเลข 55 ภิษณุ ภูษิตานนธกร รับอันดับ 1 ไปครอง

      OPEN UNLIMITED รุ่นยักษ์ใหญ่เครื่องแรงที่สุดในรายการ นักแข่งสามารถโมดิฟายด์รถได้เต็มที่ จะเห็นได้จากรถที่ลงแข่งในสนามนี้ ไม่ว่าจะเป็น LAMBORGHINI, PORSCHE และ MITSUBISHI EVOLUTION รถตัวแรงที่หลายๆ คน ฝันอยากเป็นเจ้าของ ในรุ่นนี้ตำแหน่งโพล ยังคงเป็นของ หมายเลข 28 ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่ควบเจ้ากระทิงดุ เป็นเจ้าสนามในรุ่นนี้แบบม้วนเดียวจบ 10 รอบสนาม ตามมาด้วยหมายเลข 95 รักพงศ์ สงวนพันธ์ นักแข่งคลาส ซี ในรถ มิตซูบิชิ โคลท์ รับอันดับ 2 ไปครอง

      Open Unlimited






















      Japan Retro + Classic Car Open













      สนามที่ 5 ของการแข่งขัน TRUE VISION BOBBY HUNTER SUPER ONE RACE 2014 ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย และเป็นการเปิดสนามแรกของ บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบอีกหนึ่งสนามของประเทศไทย ในวันที่ 17 - 19 ตุลาคม 2557 นี้ และจะมีการเลี้ยงฉลองและมอบรางวัล Champions Day ให้กับแชมป์ทุกรุ่นของการแข่งขันด้วย คอมอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาด