ไม่ตกเทรนด์ แน่นอน . . 555+ ส่ะใจ ผู้กล้าวีรสตรี จิง ๆ
ได้ดูแล้วหรือยัง รีบคลิ๊กด่วนไม่งั้นตกรถไฟ(เทรนด์)ไม่รู้ด้วยนะ http://www.herethaksin.com/
"ขออนุญาตไม่ออกความเห็นครับ"
โห . . ขอบคุณน้าฟิวมากมาย จิง ๆ คับ ได้รู้เรื่องที๊กกี้ แอร์ไลท์อย่างละเอียดพอควรเลยที่เดียว อยากจะถามจากความเห็นส่วนตัวของน่าฟิวว่า . . ตกลงหมวดเจี๊ยบเค้าก้อเป็นหนึ่งในคอร์เลคชั่นของทั๊กกี้ ซิมิ ?
อันนั้นของหมวดเฮี๊ยบ อันข้างล่างนี้ของ e-Jeab ลองเปรียบเทียบดูเด้อ ที่มา - นี่คือเนื้อหาหนึ่งในหนังสือ "...ทักษิณ ARE YOU OK? การเมือง ความแค้น ความรัก..." ที่เขียนโดย "หมวดเจี๊ยบ" ร.ท.หญิงสุณิศา เลิศภควัต ที่เล่าเรื่องราวความหรูหราบนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังนัดเจอกันที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ก่อนบินไปประเทศนิการากัว
เหตุผลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ต้องใช้เครื่องบินส่วนตัว เพราะคำนวณดูแล้วว่า เขาคงต้องระหกระเหินอยู่ในต่างประเทศไปอีกนาน โดยที่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่า วันนี้อาจกินข้าวกลางวันที่ฮ่องกง ตกเย็นอาจต้องไปกินข้าวในประเทศอูกันดา ทวีปแอฟริกา ใครก็ตามที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ ก็คงจะทราบดีว่ามีข้อจำกัดมากมาย ทั้งการจองตั๋ว เที่ยวบิน ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลสาธารณะ และมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ อีกทั้งคณะติดตามมีจำนวนมาก เขาจึงตัดสินใจเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเช่าเครื่องบินครั้งละ 20-50 ล้านบาทต่อการเดินทาง 1-2 สัปดาห์ ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยในภาวะที่เขาต้องรัดเข็มขัด
แต่ยังนับว่าโชคดีที่เจ้าของเครื่องบินลำนี้เป็นเพื่อนของเขา จึงทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องจ่ายค่าจอดเครื่องบิน ซึ่งตามปกติค่าใช้จ่ายในการจอดคิดกันเป็นรายชั่วโมง คนที่คอยเป็น ธุระจัดการเรื่องพาหนะต่างๆ รวมทั้งเครื่องบินส่วนตัว คือเพื่อนสนิทคนเดิมที่ชื่อ ชาญชัย (รวยรุ่งเรือง หรือเหยียน ปิน) ที่ดูแลเขามาตลอดหลังการปฏิวัติ โดยให้ที่พักพิง ให้คำปรึกษาในเวลาที่ท้อแท้ พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เขาได้รู้ซึ้งว่าใครคือเพื่อนแท้ยามยาก "เงินร้อยล้านสองร้อยล้าน กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้ว เมื่อเทียบกับคำว่าเพื่อน" เครื่อง บินส่วนตัวที่ พ.ต.ท.ทักษิณใช้เป็นพาหนะเดินทางไปนิการากัวครั้งนี้ เป็นเครื่องบินเจ็ท รุ่น GLOBAL EXPRESS สีขาว ราคา 1,500 ล้านบาท มีเลขทะเบียนเป็นเบอร์ตองแปด ด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ตรงหางเครื่องบิน ซึ่งฉันขอเรียกว่า "ทักกี้ แอร์ไลน์"
ฉันวิ่งขึ้น เครื่องบินเป็นคนสุดท้าย เพราะมัวแต่ถ่ายรูปเครื่องบิน ทันที่ขึ้นเครื่องก็พบแอร์โฮสเตสสาวประจำเครื่องบินที่ชื่อว่า "บาร์บาร่า" ยืนต้อนรับอยู่ ในมือมีเสื้อสูทและโอเวอร์โค้ทตัวใหญ่ๆ ทั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ และของคนอื่นๆ เต็มมือไปหมด เครื่องบินลำนี้แบ่งออกเป็นสามตอน ตอนหน้าเป็นส่วนของห้องนักบินและห้องครัว ตอนกลาง เป็นที่นั่งสำหรับผู้โดยสารวีไอพี และตอนท้ายหรือส่วนหางของเครื่องบิน มีทั้งเก้าอี้ผู้โดยสาร ห้องน้ำ และห้องเก็บสัมภาระ ซึ่งเป็นที่นั่งของฉัน ฉันสังเกตว่า สิ่งแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำหลังจากที่นั่งบนเครื่องบินคือ การเปลี่ยนซิมโทรศัพท์มือถือ ฉันเห็นเขาหยิบกระเป๋าเดินทางคู่ชีพ เป็นผ้าคล้ายไนล่อนสีดำสนิท เขียนยี่ห้อด้วยตัวอักษรสีแดงว่า MANDRIN DUCK มารูดซิป สังเหตเห็นว่าเป็นขนาดเท่ากล่องแว่นตา เมื่อเปิดมากลับไม่ใช่แว่นตา แต่เป็นซิมเล็กๆ ราวๆ 20-30 อัน หลังจากที่เปลี่ยนซิมมือถือแล้ว เขาก็เข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนจากชุดสูทเป็นชุดลำลองเหมือนอยู่บ้าน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเขาคงเห็นเครื่องบินลำนี้เป็นบ้านเขาจริงๆ
เขา เล่าว่า การปรับตัวให้เป็นคนนอนง่ายนั้นสำคัญมาก จะมาคิดว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว มันทำไม่ได้ เรียกว่าหัวถึงหมอนก็ต้องหลับเอาไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าสถานที่ที่จะไปถึงนั้นจะเป็นตอนเช้าหรือกลางคืน สำรวจ ห้องครัวลอยฟ้าบนเครื่องบินลำนี้ มีหน้าตาเหมือนห้องครัวสำเร็จรูปที่เห็นได้ทั่วไปตามคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ คือเป็นแพนทรีเล็กๆ มีตู้แขวนบิลด์อินสำหรับใส่อาหารและอุปกรณ์ครัว ประตูของตู้ทุกบานในห้องครัวบุด้วยไม้สีน้ำตาลทอง และเดินคิ้วด้วยขอบทองคำเหลืองเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในและ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นๆ ของเครื่องบิน ซึ่งบุด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั้งลำ โดยไม้ที่ใช้มีสีน้ำตาล หน้าตาและลวดลายคล้ายๆ ที่ฉันเคยเห็นในคอนโซลลายไม้ของรถเบนซ์ อุปกรณ์หลักภายในห้องครัวก็คือ ไมโครเวฟ ส่วนเมนูเด็ดที่ซ่อนอยู่ในตู้เก็บอาหารของห้องครัวของเครื่องบินอันแสนจะ เริ่ดหรูแห่งนี้ แทนที่จะเป็นรังนกราคาแพง หรือหูฉลามสำเร็จรูปแช่แข็ง แต่มันกลับเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อธรรมดาๆ ของไทย สารพัดรส หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นมาม่าหรือไวไว และมีครบทุกรส